- เปรียบเทียบราคาบ้านกับราคาประเมินเพื่อตรวจสอบว่าราคาที่ขายสูงเกินไปหรือไม่ เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจซื้อ และนอกจากนี้ ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อให้จากราคาประเมิน หากราคาประเมินต่ำกว่า ดังนั้นสิ่งที่ต้องรู้อีกอย่างก็คือ ราคาประเมินของบ้าน
- ตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้าน ให้ได้ทราบว่าผู้ขายเป็นเจ้าของจริงๆ หรือไม่ หรือหากเป็นนายหน้า นายหน้ากำลังขายให้ใคร เพื่อป้องกันการแอบอ้าง
- ตรวจสอบแนวเวนคืน บ้านบางหลังที่เจ้าของรีบร้อนขาย อาจเป็นเพราะรู้ว่าตัวบ้านอยู่ในแนวเวนคืน และหลอกขายให้ลูกค้า ดังนั้น จึงควรตรวจสอบแนวเวนคืนก่อนที่จะซื้อ โดยสามารถตรวจสอบได้กับกรมโยธา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย สำนักงานเขตและกรมที่ดิน หรือสอบถามคนในพื้นที่
- ตรวจสอบการจดจำนอง เพราะโดยส่วนมากบ้านมักจะติดจำนองหรือยังผ่อนไม่หมดอยู่ เรื่องนี้ควรถามกับผู้ขายให้แน่ชัด เพราะต้องดำเนินการไถ่ถอนจำนองออกจากธนาคารให้เรียบร้อยก่อน
- สอบถามสาเหตุที่ขายและประวัติของบ้าน คุณควรสอบถามกับเจ้าของบ้านโดยตรงถึงสาเหตุที่ต้องการขายบ้าน เช่น จำเป็นต้องใช้เงิน ต้องการย้ายที่อยู่ หรือมีเหตุผลอื่นที่พยายามปกปิด นอกจากนี้ ยังควรสอบถามประวัติของบ้านจากทั้งเจ้าของหรือเพื่อนบ้านว่าบ้านหลังนี้เคยมีใครอาศัยอยู่บ้าง มีเหตุการณ์ที่น่ากังวลเกิดขึ้นหรือไม่ เพื่อความสบายใจและมั่นใจเมื่อเข้าอาศัย
ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ในการซื้ออสังหา (นอกจากมูลค่าทรัพย์ที่ซื้อ)
1. ค่าจอง และ ค่าทำสัญญา (โดยปกติจองแล้วต้องมาทำสัญญาภายใน 7 วัน
2. ผ่อนเงินดาวน์ (อย่างน้อย 5-10% ของราคาขาย)
3. ค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ 0-1% (แล้วแต่เจรจา)
4. ค่าสำรวจและประเมินหลักทรัพย์ 0-0.5% ของราคาประเมิน
5. ค่าประกันสินเชื่อบ้าน (ถ้ามี)
6. ค่าประกันตัวบ้าน
- ประกันอัคคีภัย (ดอกเบี้ย 0.1% ของวงเงินคุ้มครอง , วงเงินคุ้มครองควร > 70% ของมูลค่าบ้าน)
- ค่าประกันภัยพิบัติ (ถ้ามี) (ดอกเบี้ย 0.5% ของวงเงินคุ้มครอง , วงเงินคุ้มครองควร > 70% ของมูลค่าบ้าน)
7. ค่าเงินกองทุน (ถ้ามี)
8. ค่าส่วนกลางรายปี (ค่าส่วนกลางบ้านถูกกว่าคอนโด)
9. ค่าติดตั้งและประกันมิเตอร์น้ำและไฟ (ประมาณ 10,000 บาท)