- แบ่งการจ่ายของเงินส่วนต่างๆออกเป็น 2 ช่วงใหญ่ๆ คือ เงินที่จ่ายช่วงก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ และเงินที่จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์
- เงินที่จ่ายช่วงก่อนการโอนกรรมสิทธิ์
- แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
- 1. เงินจองคือ สิทธิ์ที่จะได้เลือกยูนิตชอบ
- 2. เงินทำสัญญาคือ หลังจากวันจองแล้วจะมีการนัดทำสัญญาจะซื้อจะขาย และจ่ายเงินอีกจำนวนหนึ่งเพิ่ม โดยปกติแล้วจะมีการกำหนดวันทำสัญญาหลังจากวันจองภายใน 7 วัน
- *แต่ในบางกรณี เช่น การซื้อบ้านพร้อมอยู่ การจองจะทำพร้อมกับการทำสัญญา โดยรวมเงินเป็นก้อนเดียวที่ใหญ่ขึ้นอีกหน่อย
- 3. เงินผ่อนดาวน์คือ จำนวนเงินที่โครงการกำหนดให้ผู้ซื้อจ่ายในช่วงระหว่างที่โครงการยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยแบ่งออกเป็นงวดๆ จำนวนเงินในแต่ละงวดและจำนวนงวดขึ้นกับราคาซื้อขายของอสังหาริมทรัพย์ที่เราซื้อ เช่น
- คอนโด Low riseมีการผ่อนดาวน์ประมาณ 10 งวดเพราะมักมีกำหนดสร้างเสร็จภายในปีเดียวและพร้อมโอนกรรมสิทธิ์เลย
- คอนโด High rise การดำเนินการจะใช้เวลานานกว่า จำนวนงวดอยู่ที่ประมาณ 20 งวด
- โดยแบ่งจ่ายเท่าๆ กันในแต่ละงวด หรืออาจจะมีการจ่ายแบบ Balloon (เงินจ่ายงวดพิเศษที่ต้องจ่ายมากกว่าเงินผ่อนดาวน์งวดปกติ) ในบางงวด ขึ้นอยู่กับข้อตกลง
- *แต่ในบางกรณี เช่น การซื้อบ้านหรือคอนโดพร้อมอยู่ อาจจะไม่ให้มีการผ่อนดาวน์เลย แต่จะนัดวันโอนกรรมสิทธิ์ในทันที
- (เงินจอง + เงินทำสัญญา + เงินผ่อนดาวน์ = 10-15% ของราคาห้อง)
(เงินจอง + เงินทำสัญญา + เงินผ่อนดาวน์ = 10-15% ของราคาห้อง)

- เงินที่จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1. จ่ายให้กับผู้พัฒนาโครงการ (Developer) แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่
- 1.1) เงินโอนกรรมสิทธิ์ (85-90% ของราคาห้อง)
(ราคาซื้อขาย – (เงินจอง + ทำสัญญา + เงินดาวน์) = เงินโอนกรรมสิทธิ์)
อาจจ่ายเป็นเงินสดส่วนตัว หรือว่าจะกู้จากแหล่งเงินกู้อื่นๆ - 1.2) ค่าส่วนกลางส่วนใหญ่จะเก็บเป็นรายปี เงินค่าส่วนกลางก้อนแรกจะถูกเก็บในวันที่โอนกรรมสิทธิแบบล่วงหน้า 1-3 ปี ซึ่งอัตราการเก็บค่าส่วนกลางอาจจะขึ้นหรือลงได้ตามมติการประชุมต่อไป สำหรับโครงการไหนที่มีจำนวนยูนิตน้อยๆ อาจคิดเป็นราคาเหมาต่อยูนิตไปเลย เช่น บ้านเดี่ยว 1 หลัง ต้องจ่าย 1,500 บาทต่อเดือน
- 1.3) ค่ากองทุนจะมีการเก็บเฉพาะในส่วนของคอนโดมิเนียมเท่านั้น ไม่มีการเก็บในอสังหาริมทรัพย์แนวราบ เป็นการเก็บเงินก้อนหนึ่งที่เผื่อสำรองไว้บำรุงรักษาพื้นที่ส่วนกลางที่ต้องการการปรับปรุงครั้งใหญ่ ที่ส่วนใหญ่จะมีกำหนดซ่อมบำรุงทุกๆ 7 ปี อย่างการทาสีอาคารใหม่ การเปลี่ยนปั๊มน้ำ การเปลี่ยนอะไหล่ลิฟท์ จะถูกเก็บในวันโอนกรรมสิทธิ์ก้อนเดียว โดยจะถูกคำนวณเป็นจำนวนเงินต่อตารางเมตรของพื้นที่ห้องชุดคอนโดมิเนียม สำหรับการใช้จ่ายเงินกองทุนนั้นจะต้องเป็นไปตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดโดยคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดต้องเห็นชอบก่อนมีการใช้จ่าย
2. จ่ายให้กับส่วนงานของรัฐ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่
- 2.1) ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์คำนวณจาก 2% ของราคาประเมิน แต่อาจจะแบ่งกันฝ่ายละ 1% ตามเขียนในสัญญาจะซื้อจะขาย จ่ายที่กรมที่ดิน
- 2.2) (optional)ค่าจดทะเบียนจำนองสำหรับคนที่กู้เงินมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนค่าธรรมเนียมให้กับกรมที่ดินเรียกว่าค่าจดทะเบียนจำนอง โดยคิดจาก 1% ของวงเงินกู้