ผังสี หรือ ผังเมือง มีผลต่อราคามากๆ เพราะ ข้อกำหนดในการสร้างสิ่งปลูกสร้างได้ต่างกัน
1. ที่ดินประเภทอยู่อาศัย
แบ่งโซนออกเป็น 3 สี ยิ่งเข้มยิ่งแปลว่ามีปริมาณการ “อยู่อาศัย” ในพื้นที่หนาแน่น สามารถสร้างอาคารที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยได้มาก สร้างอาคารใหญ่ๆได้ ทำให้ใช้ประโยชน์ที่ดินได้คุ้มค่ากว่าพื้นที่ที่สีอ่อนกว่า โดยมีรหัสกำกับคือตัว “ย.” ตั้งแต่ ย.1-ย.10 ดังนี้
- “สีเหลือง”ความหนาแน่นต่ำ (แถบชานเมือง) ตั้งแต่ ย.1–ย.4เป้าประสงค์คือต้องการให้มีสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่ดี จึงมีการกำหนดรูปแบบอาคารที่อยู่อาศัยมาเกี่ยวข้อง
- ที่ดิน ย.1 สร้างได้เฉพาะบ้านเดี่ยว
- ที่ดิน ย.2 เป็นต้นไป สร้างทาวน์เฮาส์ได้
- ที่ดิน ย.3 เป็นต้นไป สามารถสร้างอาคารชุดขนาดเล็กและกลางได้
- ที่ดิน ย.4 ให้ความสำคัญกับพื้นที่ชานเมืองที่อยู่ในเขตให้บริการของระบบขนส่งมวลชน
- “สีส้ม” ความหนาแน่นปานกลาง อยู่ในบริเวณพื้นที่ต่อเนื่องกับเขตเมืองชั้นใน รหัสกำกับคือตั้งแต่ ย.5-ย.7สามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้ทุกรูปแบบ ถ้าเป็นอาคารชุดที่มีเนื้อที่เกิน 10,000 ตารางเมตร จะต้องตั้งอยู่ริมถนนที่มีเขตทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร หรืออยู่ในระยะ 500 เมตรจากรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
- ที่ดิน ย.5 เน้นรองรับการขยายตัวของการอยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่ต่อเนื่องกับเขตเมืองชั้นใน
- ที่ดิน ย.6 จะให้ความสนใจเฉพาะบริเวณที่เป็นชุมชนชานเมือง เขตอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรม
- ที่ดิน ย.7 มุ่งรองรับการอยู่อาศัยเฉพาะพื้นที่ต่อเนื่องกับเขตเมืองชั้นในบริเวณที่อยู่ในเขตการให้บริการของระบบขนส่งมวลชน
- “สีน้ำตาล” ความหนาแน่นสูง แน่นอนว่านี่คือพื้นที่ในบริเวณเมืองชั้นใน รหัสกำกับคือ ย.8-ย.10สามารถสร้างที่อยู่อาศัยได้ทุกรูปแบบ เนื่องจากที่ดินมีมูลค่าสูง โครงการที่อยู่อาศัยแนวตั้งต่างๆ จึงผุดกลางใจเมือง ทั้งคอนโดมิเนียม และเรสซิเดนส์
- ที่ดิน ย.8 จะเน้นให้ความสำคัญกับการรักษาทัศนียภาพและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
- ที่ดิน ย.9 จะเน้นที่บริเวณเมืองชั้นในและอยู่ในเขตการให้บริการของระบบขนส่งมวลชน
- ที่ดิน ย.10 จะเป็นบริเวณของเมืองชั้นในซึ่งเป็นรอยต่อกับย่านพาณิชยกรรมศูนย์กลางเมือง อีกทั้งยังอยู่ในเขตให้บริการของระบบขนส่งมวลชน
ผังสี หรือ ผังเมือง มีผลต่อราคามากๆ เพราะ ข้อกำหนดในการสร้างสิ่งปลูกสร้างได้ต่างกัน
2. ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม
- “สีแดง”พื้นที่เพื่อการพาณิชย์ แต่ก็สร้างที่อยู่อาศัยได้
- ที่ดิน พ.1 และ พ.2 เน้นการพัฒนาที่ดินเพื่อเป็นศูนย์พาณิชยกรรมของชุมชน ในการกระจายกิจกรรมการค้า ศูนย์กลางธุรกิจ การค้า การบริการ และนันทนาการ ที่อำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณชานเมือง
- ที่ดิน พ.3 ที่มุ่งกลุ่มเป้าหมายประชาชนทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้อาศัยในพื้นที่เท่านั้น
- ที่ดิน พ.4 มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า บริการ และนันทนาการ รวมไปถึงการท่องเที่ยว เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตการให้บริการของระบบขนส่งมวลชนทำให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย
- ที่ดิน พ.5 ด้วยจุดประสงค์ที่ใหญ่และกว้างขึ้น จึงให้ความสำคัญกับการเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ การค้า บริการ นันทนาการ และการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
3. ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม
- “สีม่วง”สร้างที่อยู่อาศัยได้ สร้างร้านค้าได้ แต่ไม่สามารถสร้างอาคารสูงกับอาคารชุดขนาดใหญ่ได้
- ที่ดิน อ.1 (สีม่วงเข้ม) สำหรับการประกอบกิจการที่มีมลพิษน้อย
- ที่ดิน อ.2 (สีม่วงเข้ม) เน้นอุตสาหกรรมการผลิต
- ที่ดิน อ.3 (สีม่วงเม็ดมะปราง)ใช้เป็นพื้นที่คลังสินค้าสำหรับการขนส่งในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
4. ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม และที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
- สีผังเมืองของที่ดินประเภทนี้มี 2 แบบ คือ “สีขาวและมีกรอบกับเส้นทแยงสีเขียว”เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม มุ่งสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่ชนบทและแหล่งเกษตรกรรม
- ที่ดิน ก.1 (สีเขียวอ่อน) มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำและมีความเสี่ยงในการเกิดอุทกภัย
- ที่ดิน ก. 2 (สีเขียวอ่อน) มีข้อจำกัดเกี่ยวกับโรงฆ่าสัตว์ การเลี้ยงสัตว์
- ที่ดิน ก.3 (สีเขียวอ่อน) ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มและน้ำกร่อยบริเวณชายฝั่งทะเล
- ที่ดิน ก.4 และ ก.5 (สีเขียวเข้ม) มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร
ผังสี หรือ ผังเมือง มีผลต่อราคามากๆ เพราะ ข้อกำหนดในการสร้างสิ่งปลูกสร้างได้ต่างกัน
5. ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมไทย
- มักจะอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในกระจุกตัวอยู่ในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ แสดงด้วย “สีน้ำตาลอ่อน”รหัสกำกับคือ ศ.1 และ ศ.2 จุดประสงค์มุ่งอนุรักษ์และส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ รวมไปถึงกิจกรรมการพาณิชย์ การบริการ และการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว
6. ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
- แสดงเป็น “สีน้ำเงิน”รหัส ส. เป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งจะใช้เพื่อเป็นสถาบันราชการ หรือการดำเนินกิจการของรัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือเพื่อสาธารณะประโยชน์ ยกตัวอย่าง ที่ดินของสถาบันการศึกษา วัด ศาสนสถาน เป็นต้น
- ที่ดินสีน้ำเงินจึงกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ โดยที่ดินบางแห่งซึ่งรัฐไม่ได้ใช้งาน ได้มีการนำมาสัมปทานให้เอกชนทำสัญญาเช่าเพื่อดำเนินกิจการต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และคอนโดมิเนียม
Tips : เราสามารถตรวจสอบผังสี ของตัวเองได้ง่ายๆ โดย การเข้าไปที่ http://dolwms.dol.go.th/tvwebp/ เลือกอำเภอ จังหวัด แล้วกรอกเลขที่โฉนดลงไป เพื่อเอาค่าพิกัดแปลง (ละติจูด ลองติจูด) ไปค้นหาต่อ ในอีกเว็ปนึงคือ https://map.longdo.com/ ค่ะ ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายละเอียดของการใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 เพิ่มเติมได้ที่ http://cpd.bangkok.go.th:90/web2/NEWCPD2556/001_cpd56.pdf