1.ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
- คุณคือคนที่ธนาคารต้องการ เนื่องจากหน่วยงานราชการเป็นต้นสังกัดที่มีความมั่นคงสูง และโอกาสที่จะถูกปลดจากการเป็นข้าราชการมีค่อนข้างน้อย ซึ่งจะทำให้การผ่อนชำระมั่นคงเช่นกัน โอกาสกู้ผ่านจึงมีสูง
- นอกจากนี้กลุ่มข้าราชการมักจะได้รับแพ็คเกจสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยพิเศษที่ถูกกว่าอาชีพอื่นจากธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้แพ็คเกจสำหรับลูกค้ากลุ่มสวัสดิการไม่มีเงินฝาก (หน่วยงานของรัฐ) ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.00% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.50% และปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% เปรียบเทียบกับแพ็คเกจสำหรับลูกค้าทั่วไป จะได้รับอัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.50% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.75% และปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR-0.50%
- ดังนั้น ข้าราชการไม่ควรลืมที่จะศึกษาแพ็คเกจจากธนาคารรัฐอย่าง ธอส. ซึ่งมีส่วนสนับสนุนให้ข้าราชการมีบ้านได้ง่ายขึ้น [หมายเหตุ: ลูกค้ากลุ่มสวัสดิการ หมายถึง ผู้กู้เป็นพนักงานของหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่มีการทำสัญญายินยอมหักเงินงวดผ่อนชำระสินเชื่อบ้านออกจากบัญชีเงินเดือนพนักงานส่งให้กับธนาคารโดยตรง]
2.พนักงานเอกชนมีรายได้ประจำ
- พนักงานเอกชนมีรายได้ประจำเป็นอีกกลุ่มที่ธนาคารมองว่ามีความเสี่ยงต่ำในการปล่อยกู้สินเชื่อบ้าน เพราะแม้มีโอกาสบ้างที่พนักงานเอกชนจะถูกลดเงินเดือน ถูกให้ออก หรือบริษัทปิดตัวลง แต่พนักงานมักจะไม่มีหนี้สินจากการทำธุรกิจ ทำให้ความเสี่ยงต่ำและโอกาสได้รับอนุมัติเงินกู้มีสูงเช่นกัน โดยพนักงานเอกชนสามารถมองหาแพ็คเกจสินเชื่อได้จากทุกธนาคารและทดลองเปรียบเทียบความคุ้มค่า
- ในบางองค์กรเอกชนยังมีสัญญาเป็นลูกค้ากลุ่มสวัสดิการด้วย ซึ่งจะทำให้พนักงานได้รับดอกเบี้ยที่ดีกว่าลูกค้าทั่วไป ตัวอย่างธนาคารเดิมคือ ธอส. ในกรณีเป็นลูกค้ากลุ่มสวัสดิการไม่มีเงินฝาก (ธุรกิจเอกชน) จะจ่ายดอกเบี้ยปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.25% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย 4.50% และปีที่ 3 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00%
- นอกจาก ธอส. แล้ว ยังมีธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีข้อตกลงกับองค์กรเอกชนบางแห่งในลักษณะลูกค้าสวัสดิการ และองค์กรต้นสังกัดเหล่านั้นยังช่วยจ่ายดอกเบี้ยบางส่วนให้กับพนักงานอีกด้วย อาทิ เชฟรอน ฤทธา เอสซีจี ไอบีเอ็ม ซัมซุง แสนสิริ สหพัฒนพิบูล ฯลฯ ดังนั้นโปรดตรวจสอบองค์กรที่ท่านสังกัดก่อนว่ามีสิทธิสวัสดิการพนักงานในการกู้ซื้อบ้านหรือไม่
3.อาชีพอิสระ (ฟรีแลนซ์)
- ไม่ว่าจะเป็นค้าขายขนาดเล็ก เช่น ขายก๋วยเตี๋ยว แผงขายของตลาดนัด ขายของออนไลน์ ไปจนถึงอาชีพรับจ้าง/ฟรีแลนซ์ ล้วนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดที่จะไม่ได้รับอนุมัติกู้ซื้อบ้าน เพราะแหล่งรายได้มีความเสี่ยงที่จะถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจได้ง่าย แม้ว่าเอสเอ็มอีหลายรายจะมีรายได้ต่อเดือนสูงยิ่งกว่ามนุษย์เงินเดือนทั่วไป แต่ก็ถูกประเมินว่าเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง
รวมถึงปัญหาอันเกิดจากอาชีพอิสระมักมีหลักฐานทางการเงินน้อย บางครั้งรับเงินเป็นเงินสดและไม่ได้นำฝากบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายที่ชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดความยากลำบากในการตรวจสอบจากทางธนาคาร
อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยงแต่ใช่ว่าธนาคารจะปฏิเสธรับคำขอสินเชื่อบ้านแต่ต้น โดยผู้กู้ที่ต้องการกู้บ้านสามารถติดต่อสอบถามทางธนาคารที่สนใจได้เพื่อรับคำแนะนำในการเตรียมตัว แต่โดยทั่วไปแล้ว แบงก์จะขอให้ยื่นหลักฐานที่รับรองรายได้ของเรา เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ 50 ทวิ- สำหรับชาวฟรีแลนซ์ที่รับเงินเป็นงวด ๆ จากผู้จ้างงาน ซึ่งควรจะมีแสดง 6 เดือนย้อนหลัง หรือหลักฐานการเสียภาษีประจำปี รวมไปถึงหลักฐานการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนว่ามีการนำเงินเข้าบัญชีเป็นประจำ
- แล้วอาชีพอิสระซื้อบ้านธนาคารไหนดี? ทั้งนี้ มีบางธนาคารที่มีการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระเหล่านี้ ซึ่งอาจจะไม่ได้เตรียมตัวเรื่องหลักฐานมาก่อนกู้ซื้อบ้าน เช่น ธ.ออมสิน จะมีเจ้าหน้าที่ประจำสาขาที่ให้คำแนะนำวิธีการเดินบัญชีเพื่อวัดสภาพคล่องเป็นเวลา 6 เดือน และการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นกู้
- ดังนั้นหากมีอาชีพอิสระควรตรวจสอบเกณฑ์แต่ละธนาคารว่าต้องการหลักฐานใดบ้าง และอาจต้องเตรียมตัวเก็บเอกสารทางการเงินให้พร้อมมากกว่าอาชีพอื่น ๆ สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ
4.อาชีพพิเศษ (กลุ่มวิชาชีพเฉพาะ)
- สิทธิพิเศษสำหรับอาชีพเหล่านี้ที่มีความมั่นคงสูงและรายได้ค่อนข้างดีจนถึงดีมาก ธนาคารหลายแห่งมีแพ็คเกจสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ย(ถูก)พิเศษเพื่อจูงใจกลุ่มคนอาชีพที่เกี่ยวข้องกับ “วงการแพทย์” ให้มาใช้บริการกับธนาคาร อาชีพที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ และเภสัชกร
- โดยบางแห่งจะรวมนักกายภาพบำบัด และนักเทคนิคการแพทย์ไว้ด้วย โดยธนาคารที่เปิดสินเชื่อบ้านสำหรับอาชีพพิเศษ เช่น ธ.กรุงศรีอยุธยา ธ.กรุงเทพ และธ.ไทยพาณิชย์
- นอกจากนี้ ยังมีอาชีพอื่นที่ติดทำเนียบอาชีพพิเศษในบางธนาคาร ได้แก่ “นักบินพาณิชย์” มีระบุในแพ็คเกจพิเศษของ ธ.กรุงศรีอยุธยา และ ธ.กรุงเทพ
- “วิชาชีพผู้พิพากษาและอัยการ” ซึ่งสามารถใช้สิทธิพิเศษที่ ธ.กรุงเทพ และธ.ไทยพาณิชย์ รวมถึง “อาจารย์มหาวิทยาลัย” ในระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป ก็มีสิทธิพิเศษกับธ.ไทยพาณิชย์เช่นกัน
- ส่วนใหญ่แล้วอาชีพพิเศษจะได้รับดอกเบี้ยที่ถูกกว่า อาชีพพิเศษจึงสามารถตรวจสอบแพ็คเกจสินเชื่อบ้านในธนาคารต่าง ๆ ข้างต้นเพื่อให้ได้ตัวเลือกที่ดีที่สุด
- แต่ละธนาคารมีแนวทางและหลักเกณฑ์การปล่อยกู้สินเชื่อบ้านที่แตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อคิดว่าจะกู้ซื้อบ้านกับธนาคารไหนดี จึงไม่ควรลืมพิจารณาเรื่องอาชีพของตนเองจับคู่กับธนาคารที่ใช่ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติและได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุด